บาคาร่า

วิธีการเล่นบาคาร่าฉบับฝึกหัดสำหรับมือใหม่ง่ายไม่ยุ่งยาก

   อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ในบรรดาเกมคาสิโนออนไลน์ต่างๆ ที่มีให้เราเล่นบนเว็บไซต์ต่างๆ นั้น เกมบาคาร่าถือเป็นเกมที่นักพนันส่วนใหญ่ให้การยอมรับกันอย่างกว้างขวางมากที่สุด ไม่ใช่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังดังไปถึงทั่วโลก เกมบาคาร่าไม่ได้เป็นเพียงแค่เกมที่เล่นสนุกอย่างเดียวเท่านั้น แต่นักพนันทั้งหลายต่างก็ต้องการที่จะเข้ามาหาผลกำไรและรายได้กันอยู่เสมอ เพราะเกมที่ให้ผลตอบแทนที่ดีมาก หาเงินไว ทีนี้สำหรับนักพนันหน้าใหม่ บางคนก็เล่นแต่เกมอื่นๆ อยากจะเล่นบาคาร่าเหมือนกันแต่ไม่กล้าเล่นเพราะยังเล่นไม่เป็น วันนี้เรามีวิธีการเล่นบาคาร่าอย่างละเอียดมาฝากกัน เพื่อเพิ่มความสนุกในการเดิมพันให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมแลหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับนักพนันทุกคนด้วย ใครที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกคาสิโนออนไลน์ ก็หาเลือกสมัครได้ตามใจชอบเลย ไม่ว่าจะผู้ให้บริการจะเจ้าไหนก็ตาม ยังไงก็มีวิธีเล่นที่เหมือนกันอยู่ดี

วิธีการเล่นเกมบาคาร่า

บาคาร่า
บาคาร่าออนไลน์

   โดยจะมีดีลเลอร์ทำการแจกไพ่ให้กับฝ่าย Player และ Banker ให้ฝ่ายละ 2 ใบ โดยเกมบาคาร่าจะเป็นเกมที่ต้องทายผลรวมของไพ่ที่จะออกของทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายไหนมีแต้มใกล้กับ 9 มากที่สุดจะเป็นฝ่ายชนะ โดยจะมีกฎกติกาดังต่อไปนี้

นับแต้มบาคาร่าอย่างไร

  1. ไพ่ 1,2,3,4,5,6,7,8 และ 9 นับแต้มตามจำนวนที่เห็น โดยจะไม่สนใจสีดอกของไพ่เลย
  2. ไพ่ K,Q,J และ 10 มีค่าเท่ากับ 0 แต้ม
  3. ไพ่ A มีค่าเท่ากับ 1 แต้ม

รูปแบบในการวางเดิมพันและอัตราการต่อรองต่างๆ ในเกมบาคาร่า

  1. Player = ฝ่ายผู้เล่น มีแต้มมากกว่า อัตราการต่อรอง 1:1
  2. Banker = ฝ่ายเจ้ามือ มีแต้มมากกว่า อัตราการต่อรอง 1:0.95 อีก 0.05 หักเป็นค่าต๋ง
  3. Tie = เสมอ แต้มของทั้ง 2 ทีมมีค่าเท่ากัน อัตราการต่อรอง 1:8
  4. Player pair = ฝ่ายผู้เล่นไพ่ออกคู่ ไพ่ 2 ใบแรกของฝ่ายผู้เล่นออกไพ่คู่ อัตราการต่อรอง 1:11
  5. Banker pair = ฝ่ายเจ้ามือไพ่ออกคู่ ไพ่ 2 ใบแรกของฝ่ายเจ้ามือออกไพ่คู่ อัตราการต่อรอง 1:11
  6. Big = มีการจั่วไพ่เกิดขึ้น อัตราการต่อรอง 1:0.54
  7. Small = ไม่มีการจั่วไพ่ใดๆ เกิดขึ้น อัตราการต่อรอง 1:1.5

กฎของเกมบาคาร่า

  1. ถ้าฝ่าย Banker มีผลรวม 3 แต้ม ไพ่ใบที่ 3 ของฝ่าย Player ได้ 8 ฝ่าย Banker ไม่ต้องจั่วไพ่เพิ่ม
  2. ถ้าฝ่าย Banker มีผลรวม 4 แต้ม ไพ่ใบที่ 3 ของฝ่าย Player ได้ 0,1,8,9 ฝ่าย Banker ไม่ต้องจั่วไพ่เพิ่ม
  3. ถ้าฝ่าย Banker มีผลรวม 5 แต้ม ไพ่ใบที่ 3 ของฝ่าย Player ได้ 0,1,2,3,8,9 ฝ่าย Banker ไม่ต้องจั่วไพ่เพิ่ม
  4. ถ้าฝ่าย Banker มีผลรวม 6 แต้ม ไพ่ใบที่ 3 ของฝ่าย Player ได้ 0,1,2,3,4,5,8,9 ฝ่าย Banker ไม่ต้องจั่วไพ่เพิ่ม
  5. ถ้าฝ่าย Banker มีผลรวม 7 แต้ม ฝ่าย Player ไม่ต้องจั่วไพ่เพิ่ม

“Olay Overnight Miracle” ยอดครีม สวยใสหน้าเด้ง ภายใน 5 วัน

สาวๆ จำนวนไม่น้อยคงมีการบำรุงผิวก่อนเข้านอน การบำรุงด้วย “Olay Overnight Miracle” ก็เป็นอีกตัวช่วยที่มีผู้คนสนใจนำมาใช้งาน ทาผิวหน้า แต่ถึงกระนั้นก็คงมีสาวๆ บางคนที่อยากใช้แต่ก็อยากได้รีวิวเพิ่มความมั่นใจก่อนว่าหลังจากที่ใช้ไปแล้วจะได้ผลลัพธ์ดีหรือไม่ เราจึงขออาสารีวิวผลการใช้ Olay Overnight Miracle ภายใน 5 วันเอง ซึ่งผลลัพธ์จะออกมาในรูปแบบไหนรีบไปดูกันเลยดีกว่า

รีวิว Olay Overnight Miracle ได้ผลเกินคาด

สำหรับ Olay Overnight Miracle ที่เราจะมารีวิวจะแบ่งออกเป็น 2 ผลิตภัณฑ์ คือ เอสเซ็นส์เตรียมผิว อย่าง OLAY Regenerist Miracle Boost Youth Pre-Essence และไนท์ครีมที่มีการปรับสูตรใหม่ อย่าง OLAY Regenerist Micro-Sculpting Night Cream โดยเราจะขอรีวิวเป็น 2 ส่วนเพื่อให้สาวๆ เข้าใจง่ายขึ้น ดังนี้

  1. OLAY Regenerist Miracle Boost Youth Pre-Essence

เป็นเอสเซ็นส์ที่ใช้ในการเตรียมผิว บำรุงก่อนที่จะลงสกินแคร์อื่นๆ ซึ่งคุณสมบัติที่มีก็คือจะช่วยให้ผิวหน้าเกิดความชุ่มชื้น มีการไปกระตุ้นเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน ทำให้ผิวหน้าดูอ่อนกว่าวัย เรียบเนียนขึ้น ดดยวิธีการใช้งานนั้นก็ง่ายๆ สะดวกขั้นสุดเลย เพราะเป็นหลอดหยดอัตโนมัติ (Auto Dropper) ช่วยให้เราสามารถกำหนดปริมาณของเอสเซ็นส์ที่จะใช้งานได้

เนื้อของเอสเซ็นส์จะมีลักษณะเป็นของเหลว หยุ่นๆ หนึบๆ เล็กน้อย แต่หลังจากที่หยดแล้วทาไปบนผิวหน้ากลับกันเลยคือแห้งสบายสลายไปกบผิวทันที ไม่ทิ้งความมัน ความเหนียวเหนอะหนะหน้าไว้เลย แต่ต้องบอกก่อนว่าเอสเซ็นส์ตัวนี้มีน้ำหอมเป็นส่วนผสมซึ่งกล่นน้ำหอมค่อนข้าสะอาด ไม่ฉุน ในส่วนของสาวๆ ที่แพ้น้ำหอมแนะนำให้ทดสอบการแพ้ก่อน เพื่อให้ได้ผลัพธ์ที่ตอบโจทย์มากขึ้น แอบกระซิบว่าเอสเซ็นส์ตัวนี้สามารถใช้ตอนเช้าได้ด้วย

  1. OLAY Regenerist Micro-Sculpting Night Cream

มาต่อกันที่ตัวครีมบ้าง โดยไนท์ครีมตัวนี้มาในรูปแบบกระปุกเหมาะกับการฟื้นฟู บำรุงผิวหน้าขณะหลับนอน โดยจะมีอะมิโนเปปไทด์คอมเพล็กเข้มข้น แน่นอนว่าคุณสมบัติจึงช่วยให้ผิวหน้ากระชับ เต่งตึง กระจ่างใสเนียนนุ่ม ด้วยความที่มาในรูปแบบกระปุกเมื่อเราแตะมาใช้งานก็อาจจะได้เนื้อครีมเยอะเกินไป ดังนั้น เราจึงแนะนำให้ใช้พายตักครีม หรือคัตตอนบัตช่วยจะดีกว่า

เนื้อของไนท์ครีมตัวนี้จะมีลักษณะคล้ายเนื้อเจล ออกนุ่มๆ เด้งๆ มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อบางเบา เมื่อทาลงไปบนผิวหน้าจึงเบาสบาย ไม่ทำให้หน้ามัน เหนอะหนะ เหมาะกับสาวๆ ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะสาวผิวมันบอกเลยว่าต้องหลงรัก ซึ่งการทาครีมก่อนเข้านอนแม้ว่าจะทาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้โบกไปหนาๆ จนหน้าเยิ้มนะ ระวังกันไว้ด้วย อ้อ.. ไนท์ครีมตัวนี้ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม ใครผิวแพ่ง่ายก็ไม่ต้องกลัวไป โดยหลังจากที่ทาครีมไปแล้วจะรู้สึกว่าเนื้อครีมไม่ได้ซึมทันที คือยังมีเนื้ออยู่บนผิวเสมือนเจลเคลือบผิวไว้

หลังจากที่ได้ทดลองใช้ไป 5 คืน สัมผัสได้เลยว่าผิวหน้าที่ความละเอียด ดูแน่นขึ้น เรียบเนียน ไม่เหี่ยวแห้ง ยิ่งตอนแต่งหน้าจะรู้เลยว่าผิวดีขึ้น ทำให้แต่งหน้าง่ายขึ้น ซึ่งงวิธีการใช้จะเป็นการตบเอสเซ็นส์ให้ทั่วใบหน้าและลึอเบาๆ ก่อน ทิ้งไว้สัก 1 นาทีก็ทาครีมไนท์ลงไปเลย

เป็นอย่างไรกันบ้างกับรีวิวผลการใช้ Olay Overnight Miracle ภายใน 5 วัน ผลลัพธ์ออกมาถูกใจไม่น้อยเลยล่ะสิ ซึ่งราคาของเอสเซ็นส์เตรียมผิว OLAY Regenerist Miracle Boost Youth Pre-Essence (ขนาด 40 ml.) อยู่ที่ 899 บาท ส่วนราคาของไนท์ครีมที่มีการปรับสูตรใหม่ OLAY Regenerist Micro-Sculpting Night Cream (ขนาด 50g)อยู่ที่ 999 บาท ถือว่าเป็นราคาที่จับต้องได้ น่าลอง เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ดีขึ้นที่เรากำลังจะได้รับ

10 เคล็ดลับถ้าทำทุกคืน รับรองตื่นมาสวยปิ๊งแน่นอน

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนต้องเคยเจอกับปัญหาต่างๆ บนใบหน้าแม้ว่าจะเข้านอนเร็วแล้วก็ตาม ไม่ว่าจะ ริมฝีปากแห้ง ขอบตายังคงดำคล้ำ หน้ายับยู่ยี่ ผิวไม่กระจ่างใส ฯลฯ ล้วนสร้างความกังวลใจให้ไม่น้อย จนเกิดคำถามขึ้นว่าจะมีวิธีทำอย่างไรให้ตื่นมาแล้วสวยปิ๊ง บทความนี้ช่วยได้แน่นอนเพราะเราได้รวบรวม 10 ข้อที่ต้องทำทุกคืนมาบอกต่อ รับรองว่าถ้าได้ลองทำทุกข้อแล้วล่ะก็ตื่นมาสวยปิ๊งแน่นอน

10 ข้อทำทุกคนยังไงก็สวยปิ๊ง

  1. นอนหงายเข้าไว้

นอนตะแคงซ้าย-ขวา หรือคว่ำหน้า ล้วนทำให้หน้ายับยู่ยี่ เป็นรอยเห็นได้ชัด เป็นเพราะใบหน้าไปเสียดสี ถูกับหมอน ที่นอนจนเกิดริ้วรอยขึ้น ดังนั้น จึงควรนอนหงายเข้าไว้โดยให้หมอนสูงประมาณ 2-4 นิ้ว จะช่วยให้รู้สึกสดชื่นในตอนตื่นนอน ผิวหน้าดูดี เนื่องจากเลือดและน้ำเหลืองไหลเวียนดี

  1. ใช้น้ำผึ้งมาร์กหน้า

น้ำผึ้งมีคุณสมบัติกักเก็บความชุ่มชื้น ผิวเกิดการเรียบเนียน ไม่ระคายเคือง ที่สำคัญสิวหายโดยไม่ต้องพึ่งเคมีรุนแรงเลยล่ะ โดยให้เราทาน้ำผึ้งหลังจากล้างหน้าเสร็จ แล้วก็นวดเบาๆ มาร์กทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที สุดท้ายล้างออกด้วยน้ำอุ่น แค่นี้ก็สวยปิ๊งแล้ว

  1. ล้างหน้าให้สะอาด

ก่อนเข้านอนสาวๆ ควรล้างหน้าให้สะอาด เนื่องจากตลอดวันหน้ารับศึกหนัก ทั้ง เครื่องสำอาง ฝุ่นควัน มลพิษ แสงแดด  ซึ่งใครใช้เครื่องสำอางต้องใช้คลีนซิ่งช่วยด้วยเพื่อให้หน้าสะอาดจริงๆ ขณะล้างก็อย่าถูหน้าแรง ให้ใช้นิ้วนวดๆ พอ สุดท้ายก็นำผ้าขนหนูมาซับๆ

  1. ทาลิปมันเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ริมฝีปาก

ในเมื่อเราทาลิปสติกที่ปากมาทั้งวันก็คงต้องบำรุง ฟื้นฟูริมฝีปากกันบ้างด้วยการทาลิปมันเพิ่มความชุ่มชื้น เพื่อให้ตื่นมาตอนเช้ามีริมฝีปากที่อ่อนนุ่ม ไม่แห้งเป็นขุยลอก

  1. ทาครีมบำรุงด้วย

หลังล้างหน้าเสร็จควรบำรุงผิวหน้าด้วยครีมบำรุง ซึ่งควรเลือกสูตรที่เหมาะกับการฟื้นฟูผิวตอนเราหลับ เหมาะกับสภาพผิว เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการทาครีมเพิ่มมอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อความชุ่มชื้น รวมถึงลดการระคายเคืองเมือต้องเจอแสงแดดในตอนกลางวัน

  1. เปิดเพลงคลอก่อนนอน

ก่อนนอนควรเผิดเพลงคลอเบาๆ อย่างน้อย 45 นาที เพื่อให้สามารถนอนหลับสบายๆ สมองได้ผ่อนคลาย ซึ่งเพลงที่ควรเปิดแนะนำให้เป็นเพลงบรรเลง จังหวะช้าๆ เนิบๆ หรือเพลงคลาสสิกจะได้ผลมากกว่าเพลงที่มีเนื้อร้อง (พอมีเนื้อร้องก็จะร้องตามจนร่างกายตื่น)

  1. อาหารเย็นอย่ากินเยอะไป

การที่เรากินอาหารเย็นเยอะๆ อิ่มๆ นอกจากจะอ้วนแล้ว ก็ยังส่งผลต่อการนอนหลับ เนื่องจากท้องอืด ไม่สบายตัว หรือเกิดกรดไหลย้อน ตื่นเช้าไม่สดชื่น ทางที่ดีแนะนำให้กินก่อนเข้านอนประมาณ 2-3 ชม.

  1. บำรุงผิวรอบดวงตาด้วยอายครีม

ผิวรอบดวงตาก็สำคัญ เพราะตลอดวันเราใช้สายตามาหนักหน่วง กล้ามเนื้อแหงกร้าน อ่อนล้า ดังนั้น จึงควรบำรุงด้วยอายครีมเพิ่มความชุ่มชื้น ลดริ้วรอย ความหมองคล้ำ

  1. ทาครีมที่มือและเท้า

ทั้งมือและเท้าก็เป็นอีกอวัยวะที่ทำงานหนักทำให้ผิวบริเวณดังกล่าวแห้งกร้าน แตกระแหง ซึ่งเราขอแนะนำให้ทาครีมก่อนเข้านอนเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น

  1. รวบผมก่อนเข้านอน

สาวๆ ควรรวบผมก่อนเข้านอนโดยเป็นการรวบแบบหลวมๆ เนื่องจากคืนนั้นๆ อาจจะไม่ได้สระผม ไดร์ผมซึ่งหากปล่อยไปเลยหน้าไปสัมผัสมากๆ ถุกฝุ่นควัน สิ่งสกปรกเกิดสิวขึ้นมาได้ แต่ก็อย่ารวบตึงเกินไปล่ะ เดี๋ยวเลือดไม่ไหลเวียนปวดหัวอีก

และนี่ก็เป็น 10 ข้อที่ต้องทำทุกคืน ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ ก็หวังว่าสาวๆ จะนำไปทำตาม ย้ำอีกทีว่าตื่นมาสวยปิ๊งแน่นอน ถ้าใครยังไม่เชื่อก็ลองทำตามดูสิ

 

Day cream & Night cream ใช้อย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพที่สุด

หากลองดูผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตามชั้นวางขายต่างๆ ในห้างสรรพสินค้า สาวๆ หลายคนต้องเหลือบไปเห็นกับครีมบำรุงที่มีทั้ง Day cream และ Night cream กันบ้าง จนอาจเกิดความสงสัยขึ้นมาโดยเฉพาะเจ้า Night cream ที่ทำไมถึงต้องใช้ด้วย ทาแค่ Day cream ไม่พอหรือ? ซึ่งหลังจากสาวๆ ได้ลองอ่านบทความนี้ก็จะเกิดความเข้าใจขึ้นแน่นอน เพราะเราจะมาเผยคำตอบ รวมถึงรีวิวผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ได้เห็นผลลัพธ์ของการใช้งานกันไปเลย จะเด็ดดวงขนาดไหนตามไปดู

Night cream & Day cream

เป็นเรื่องจำเป็นที่เราจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าระหว่าง Day cream ที่ใช้ทาในช่วงกลางวัน และ Night cream ที่ต้องทากลางคืนไม่สามารถใช้แทนกันได้เลยนะ เนื่องจากส่วนผสมจะมีความต่างกันและช่วยฟื้นฟู บำรุงในช่วงวันที่ต่างกัน โดยผฃิตภัณฑ์ใหม่ที่เราจะนำมารีวิวจะเป็น Garnier Sakura White Night Sleeping Essence ที่แยกออกมาจาก Sakura White Day cream ที่ใช้ทาในช่วงกลางวันนั่นเอง

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ Garnier Sakura White Night Sleeping Essence จะมีเนื้อครีมที่อ่อนนุ่มด้วยคุณค่าจากซากุระสกัดออกมาเป็นเอสเซนส์สูตรเข้มข้นถึง 2 เท่า เน้นมาใช้งานในช่วงกลางคืนเลยทีเดียว ซึ่งพอนำมาใช้งานคู่กับ Sakura White Day cream จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพถึงร้อยละ 60 ด้านความขาวอมชมพู ผิวเปล่งประกาย โดยจะมีการผสมวิตามินซีจี และสารสกัดจากผลไม้ (เน้นความธรรมชาติ) แน่นอนว่าดูแลผิวอย่างลึกซึ้ง ให้ความชุ่มชื้นยาวนานกันไปเลย 12 ชม. ใช้ไป 2 อาทิตย์ผิวจะดูกระจ่างใส เรียบเนียน จุดด่างดำรอยต่างๆ ลบจางลง

เปรียบเทียบความแตกต่างของผลิตภัณฑ์

Night cream

  • สังเกตที่กล่องบรรจุภัณฑ์จะเป็นแถบสีสีน้ำเงิน ซึ่จะเขียนคำว่า Night ติดไว้ ลักษณะเป็นกล่องเหลี่ยมเรียบ มุมซ้ายเขียนคำว่า New บนแถบเล็กๆ ไม่มีอะไรยื่นออกมา ด้านหลังกล่องก็จะมีรายละเอียดผลิตภัณฑ์ให้ได้ศึกษาอย่างละเอียด
  • ด้านผลิตภัณฑ์ในกล่องก็จะมาเป็นกระปุกแก้ว น้ำหนักเยอะหน่อยทำให้พกพาลำบาก
  • เมื่อเปิดฝาเนื้อครีมจะมีสีชมพูอ่อน ออกบางๆ เนื้อคล้ายเจล ดูแล้วชุ่มชื้น มีกลิ่นซากุระค่อนข้างหอมแต่เป็นหอมอ่อนๆ
  • พอนำเนื้อครีมทาลงผิวจะรู้สึกได้เลยว่าซึมรวดเร็วมาก ให้ความใสกระจ่าง (แต่น้อยกว่าตัว Night cream) ชุ่มชื้น ไม่เหนียวเหนอะหนะผิวเลย
  • มีส่วนผสมของน้ำหอม ทำให้ได้กลิ่นหอมๆ หวานๆ มาแบบอ่อนๆ

Day cream

  • สังเกตที่กล่องบรรจุภัณฑ์จะมีแถบสีสีชมพู เขียนส่วนผสมบ่งบอกถึงการใช้งานในช่วงกลางวัน อย่าง ค่ากันแดด SPF21/ PA+++ โดยด้านบนกล่องจะมีป็อปอัพเด้งขึ้นมาต่างจาก Night cream ซึ่งเป็นแถบวัดระดับของสีผิว
  • หลังจากเปิดฝาเนื้อครีมจะมีสีขาวอมชมพูอ่อนๆ มีความหนาและข้น กลิ่นจะชัดเจนกว่า Night cream
  • เมื่อทาไปบนผิวหน้าจะค่อยๆ ซึบซับ แต่สีหน้าขาวชัดขึ้นทันที (คงแพราะส่วนผสมกันแดด)

ทำไมต้องใช้ Night cream

การที่เราทา Night cream ในช่วงกลางคืนจะเปรียบเสมือนเป็นการฟื้นฟูสภาพผิวที่รับศึกหนักมาทั้งวันให้ได้รับความชุ่มชื้น ซึ่งการบำรุงช่วงที่เราพักผ่อนจะทำให้สารสกัดต่างๆ ซึมลึกบำรุงอย่างสุดความสามารถ มีประสิทธิภาพเต็มรูปแบบ ตื่นเช้ามาแล้วไม่แห้งกร้าน กระจ่างใส เรียบเนียน โดยเฉพาะสาวๆ ที่นอนห้องแอร์ที่มีส่วนทำให้ผิวแห้งถ้าได้ทาครีมบำรุงก่อนนอนผิวจะเริ่ดมากจริงๆ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องทาก่อนเข้านอน

และนี่ก็เป็นคำตอบว่าทำไมเราถึงจำเป็นต้องใช้ Night cream รวมถึงการรีวิวผลิตภัณฑ์ใหม่แบบเจาะลึก ซึ่งขอแนะนำอีกนิดตรงที่ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงต่างๆ อาจมีน้ำหอมเป็นส่วนผสม ดังนั้น เราควรทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้งานจริง เพื่อให้ไม่แพ้ระคายเคือง ตอบโจทย์ต่อผิว เกิดประสิทธิภาพในการดูแลสูงสุด

เคล็ดลับสวยใส “คาวาอี้” สไตล์สาวญี่ปุ่น ให้ เป๊ะ ทั้งตัว

เรื่องของความสวยความงาม เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์ มาทุกยุคทุกสมัย ซึ่งผู้หญิงญี่ปุ่นก็เป็นอีกชาติหนึ่ง ที่ดูแลตัวเองเก่งมาก มีวิธีดูแลตัวเองต่าง ๆ สารพัดวิธีให้เลือกใช้ สำหรับวันนี้ เราจะยกหยิบยกการรักษาความสวยงาม ที่น่าสนใจมาฝากคุณผู้อ่านกันค่ะ

ลดน้ำหนักแบบสาวญี่ปุ่น

สำหรับคุณผู้อ่านที่กำลังจะหาทางลดน้ำหนัก ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ลองใช้วิธีนี้ของสาวญี่ปุ่นเข้าไปประยุกต์ใช้ด้วยสิคะ เพราะว่าจะทำให้คุณลดน้ำหนักง่ายขึ้น และเห็นผลจริงแน่นอน สำหรับวิธีนี้มีความง่ายมาก เพียงแค่ให้คุณผู้อ่านกินกล้วยหอมในตอนเช้ากี่ลูกก็ได้ พร้อมทั้งดื่มน้ำตามเข้าไปเยอะ ๆ ส่วนมื้ออื่นคุณผู้อ่านจะเลือกกินอะไรก็ได้ เพียงแต่ว่าขอให้ลดแป้ง, หวาน และมัน และจะต้องกินหยุดกินเมื่อคุณเริ่มอิ่ม 80 % แล้ว พูดง่าย ๆ คือ ไม่กินจนรู้สึกอิ่มจนจุกนั่นเองค่ะ เพราะว่าการกินอิ่มมากจนเกินไป จะเป็นการขยายกระเพาะของคุณนั่นเอง และถ้าพื้นที่กระเพาะของคุณ ยิ่งขยายใหญ่มากขึ้นเท่าไหร่ คุณจะต้องกินเพื่อเติมเต็มกระเพาะคุณมากเท่านั้น เพราะฉะนั้นไม่ควรที่จะอิ่มจนเกินไป และการออกกำลังกายในแต่ละวันใช้เวลา 40 – 50 นาทีเท่านั้น

Detox ด้วยน้ำเปล่า

ความสวยงามของผู้หญิงชาวญี่ปุ่นนั้น จะเกิดจากภายในพร้อมเปล่งประกายออกมาสู่ข้างนอก และการ Detox ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่จะทำให้คุณสวยจากภายใน สำหรับการ Detox ของสาวญี่ปุ่นนั้น ใช้งานง่ายมาก เพียงแค่คุณดื่มน้ำอุ่นเท่านั้นเอง ทันทีที่พวกเธอตื่นมาในตอนเช้า พวกเธอจะดื่มน้ำอุ่น ทันที 2-3 แก้ว เพื่อเป็นการผลักดันพลังงานให้แก่ร่างกาย และเป็นการช่วย Detox ลำไส้ แบบที่ง่ายมาก ๆ ทำให้น้ำอุ่นนั้นช่วยชำระล้างความสกปรกอุดตันต่าง ๆ ที่อยู่ภายในร่างกายของคุณออกมา

ทาครีมด้วยวิธีตบผิว

สำหรับการตบผิวนี้ ไม่ใช่ว่าจะใช้ทั้งฝ่ามือตบหน้าซ้ายทีขวาทีนะคะ ถ้าแบบนั้นใบหน้าคงจะแดงก่ำ บวม จนเกินคำว่าสวยเป็นแน่ สำหรับการทาครีมของสาวญี่ปุ่นนี้ เขาจะใช้เพียงปลายนิ้วในการแต้มครีม หรือทาเซรั่ม ไปตามจุดต่าง ๆ ของใบหน้าให้ทั่ว หลังจากนั้นก็จะทาให้กระจายเต็มพื้นที่ ด้วยการใช้ปลายนิ้วนั้นค่อย ๆ เคาะ ลงบนใบหน้า เพื่อเป็นการผลักครีมเข้าสู่ชั้นผิวในระดับลึก และยังเป็นการช่วยกระตุ้นผิวหน้าให้สดชื่น ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต เป็นการช่วยกระตุ้นต่อมน้ำเหลืองให้ทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยทำให้ครีมซึมลงเข้าไปในใต้ชั้นผิวลึกได้อย่างดียิ่งขึ้น ช่วยทำให้ใบหน้าเปล่งปลั่งเต่งตึงเหี่ยวช้าลงอีกด้วย

ผมแห้งเร็วด้วยผ้าขนหนู

สำหรับคนที่ไว้ผมยาว และมีผมหนา อาจจะต้องปวดหัวทุกครั้งกับการสระผม เพราะว่ากว่าจะแห้งแต่ละทีนั้น ต้องใช้เวลายาวนานหลายชั่วโมงมาก และต้องเสียเวลาไปกับการเป่าผมเยอะมาก ทำให้หลาย ๆ คน ที่กำลังมีปัญหาตรงจุดนี้ ลองนำวิธีของสาวญี่ปุ่นไปใช้สิคะ โดยหลังจากที่พวกเธออาบน้ำสระผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กค่อย ๆ ซับน้ำส่วนเกินออก แล้วก็ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กนั่นแหละคลุมทับศีรษะ แล้วใช้ไดร์เป่าผ่านผ้าขนหนู ซึ่งวิธีนี้ดีมาก เพราะว่านอกจากจะไม่ทำให้เส้นผมนั้น ไม่สัมผัสกับความร้อนโดยตรงแล้ว ก็ยังทำให้ผ้าขนหนูอบไอร้อนเอาไว้ครอบคลุมทั่วศีรษะ ทำให้ผมแห้งเร็วขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์เลยทีเดียว

โดยในแต่ละวิธี ต่างก็เป็นวิธีที่น่าสนใจ และสามารถนำมาตามได้อย่างง่าย ๆ ด้วยกันทั้งนั้น เพียงแค่ปรับเปลี่ยนนิดหน่อยเท่านั้นเอง ก็ลองนำไปใช้กันดูนะคะ และคุณอาจจะพบว่าตัวเองสวยขึ้นราวกับสาวญี่ปุ่นเลยก็ได้